ใบตองแห้งว่าใคร? ถ้าเป็นแมลงสาบ วิธีฉลาดๆ สืบสายพันธุ์ได้ 250 ล้านปี ก็คืออยู่ได้ทุกสภาพ ไม่ว่าสะอาดหรือโสโครก

ขุดผีระบอบทักกี้ :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_390261

 

 

ขุดผีระบอบทักกี้

 

ใบตองแห้ง

 

พิชัย รัตตกุล เสนอให้ 4 พรรคใหญ่จับมือต้านทหาร ทวงคืนประชาธิปไตย แต่สปท. วันชัย สอนศิริ กลับเชียร์ให้ลุงตู่ ลุงกำนัน หัวหน้ามาร์ค จับมือต้านระบอบทักษิณ อ๊ะ จะเอายังไงดี

 

ถ้าเป็นแมลงสาบ วิธีฉลาดๆ สืบสายพันธุ์ได้ 250 ล้านปี ก็คืออยู่ได้ทุกสภาพ ไม่ว่าสะอาดหรือโสโครก ถ้าเป็นประชาธิปัตย์ วิธีฉลาดๆ ก็คือหาเสียงกับพวกโลกสวย โจมตีระบอบทักกี้ เลว ชั่ว โกง แต่เราเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับรัฐประหาร เห็นไหม หัวหน้ามาร์คยังไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

 

ไม่รู้ชาวบ้านจะเชื่อหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ตีกินได้ว่า ระวังนะ ถ้าเพื่อไทยชนะเป็นรัฐบาล กองทัพ รัฐราชการ จะแข็งข้อต่อต้านบ้านเมืองวุ่นวาย แต่ถ้าเลือกนายกฯ ทหาร พวกเสื้อแดงพวกอ้างประชาธิปไตยก็จะลุกฮือ บ้านเมืองไม่สงบอีก เลือกเราสิ ทหารไว้วางใจ นักการเมืองชั่วๆ ดีๆ ก็คุยกันได้

 

การเมืองไทยก็เล่นกันแบบนี้ เอาไว้เลือกตั้งเสร็จ ถ้ากระแสนิยม คสช.ยังแรง ร่วมรัฐบาลทหารก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ถ้าขาลงถึงตาตุ่ม ชาวบ้านเบื่อหน่าย ก็ฉวยโอกาสต่อรอง ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารได้อีกที

 

ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมาจับมือ ผูกคอ ไว้กับลุงตู่ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ อย่างที่พวกกปปส.พยายามผูกมัด

 

ความพยายามโดดเดี่ยวระบอบทักษิณ มัดลุงตู่ ลุงกำนัน หัวหน้ามาร์ค พรรคเนวิน ส.ว.แต่งตั้ง ฯลฯ เป็นแพ็กเดียวกันเหมือนเรือดำน้ำซื้อ 2 แถม 1 มีแต่ทำให้ระบอบทักกี้หัวร่อกลิ้ง นอนตีพุงไม่ต้องเหนื่อยยาก ใครไม่เอาเผด็จการมาฟากนี้ ใครเบื่อรัฐบาลทำเศรษฐกิจฝืดเคืองมาฟากนี้ ใครรังเกียจพรรคตอแหลดัดจริตปิดเมืองขัดขวางเลือกตั้งมาฟากนี้ ฯลฯ

 

ซ้ำรอยปี “50 ทั้งที่ทักกี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยสักเท่าไหร่ นี่ก็มีข่าวจะยกเก้าอี้หัวหน้าพรรคให้เจ๊สร้างภาพ เอาไว้เกี้ยเซียะ ต่อรองตามเคย

 

แต่ย้ำเป็นครั้งที่ล้าน พรรคเพื่อไทยไม่มีทางชนะเลือกตั้ง วันชัยอย่าหลอกชาวบ้านเลย ภายใต้ระบบราชการ กลไกทุกระดับตั้งโดยรัฐบาลทหาร ภายใต้ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว เพื่อไทยได้ถึง 200 ก็โคตรเซียน ต่อให้มีปาฏิหาริย์ 350 เสียง ก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ เพราะยังมี 250 ส.ว.แต่งตั้ง ต่อให้ 377 เสียงก็เป็นรัฐบาลไม่ถึงปี ภายใต้องค์กรอิสระ Set Zero จากยุคนี้ ติดอาวุธทางกฎหมายครบมือ

 

 

ฉะนั้น “ระบอบทักษิณ” ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย (แถมยังพร้อมเกี้ยเซียะทุกเมื่อ) หากจะน่าวิตกบ้าง ก็คือพลังมวลชนประชาธิปไตยที่เกาะเกี่ยวพรรคเพื่อไทย หรือถูกผลักให้เลือกต่างหาก

 

ความเป็นจริงสิ่งที่น่ากลัวคือคะแนนนิยมวันนี้ ดูโพลต่างๆ แม้ยังหลอกตา แต่ก็คะแนนตกกว่าช่วงก่อน ชาวบ้านบ่นปัญหาปากท้อง ท่านก็อ้างว่าเพราะปราบโกง ปราบธุรกิจสีเทา จนเศรษฐกิจฝืดเคือง เห็นไหม จีดีพี 3 เดือนแรกโต 3.2% แต่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์โกยกำไรไป 20% ส่งออกดีขึ้น แต่แบงก์ชาติขาดทุน 1.39 แสนล้าน เพราะอุ้มค่าเงินบาท รัฐบาลลงทะเบียนคนจนได้ตั้ง 14 ล้านคน แต่ Forbes รายงาน เจ้าสัวใหญ่รวยขึ้นแสนล้าน

 

ไม่ใช่ว่าแม้วเป็นรัฐบาลจะทำได้ดีกว่านี้หรอก แต่แม้วคงไม่เรียกร้องให้ผู้สูงอายุสละเบี้ยยังชีพ 600 บาท แล้วจะแจกเหรียญตรา ขณะที่นายพลนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจบอกว่า สังเกตการณ์เฉยๆ ไม่พูด ไม่ยกมือ แต่รับเบี้ยประชุมเต็มๆ

 

ความเป็นจริงที่น่ากลัวกว่า คือถ้าคะแนนนิยมตกต่ำไปเรื่อย แม้ไม่มีใครไล่ แต่เมื่อถึงเลือกตั้ง กระแสปฏิเสธนายกฯ ทหารมาแรงจะทำอย่างไร แม้พรรคใหญ่คงไม่จับมือกันอย่างที่ ปู่พิชัยคาดหวัง แต่ก็จะมีกระแสกดดัน ต่อรอง พลิกเกมกันจ้าละหวั่น นักการเมืองไม่โง่หรอก ทั้งปชป.และพรรคต่างๆ

 

ความไม่แน่นอนของระบอบที่ออกแบบไว้หลังเลือกตั้ง น่ากลัวที่สุด ถ้าไม่สามารถต่อท่ออำนาจคุมประเทศคุมสังคมให้เป็นไปตามที่ต้องการ จะเละตุ้มเป๊ะเพียงไร นั่นแหละที่ทำให้กลัวการไปสู่เลือกตั้ง

 

ผีระบอบทักษิณจึงโผล่มาพร้อม 4 คำถาม ตอบได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่อย่าลืมพกบัตรประชาชนไปด้วย มีข้อข้องใจจะได้ตามไปถามถึงบ้าน

 

ความเป็นจริงถ้าแก้ปัญหาได้ ก็ไม่ต้องกลัวผีที่ไหนเลย แก้ปากท้องชาวบ้าน แก้ปัญหาอภิสิทธิ์ชน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่โปร่งใสของรัฐราชการ ปรับตัวเลิกใช้อำนาจละเมิดสิทธิ ให้สมกับที่มีรัฐธรรมนูญ

 

แต่เมื่อแก้ไม่ได้ก็วนอยู่แถวนี้แหละ วนไปวนมา เครือข่ายอำนาจยังซัดกันเอง แบบเสร็จนาบูชายัญกกต. ชาวบ้านหัวร่อท้องแข็ง


3ความคิดเห็น
  • ICT

    09 มิ.ย. 2017 - 22:29

    ถก 7 ชั่วโมงผ่านฉลุย "สนช."ลงมติเซ็ตซีโร่"กกต."

    ผ่านฉลุย สนช.ลงมติเซ็ตซีโร่ กกต. หลังถกร่างพรป.กว่า 7 ชั่วโมง  หลังกมธ.เสียงข้างน้อย-สมาชิก ชงให้ กกต.ไม่ขัดรธน.อยู่ต่อไม่เป็นผล หวั่นกลายเป็นบรรทัดฐานลามเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่น 

    ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560 เวลา 17.34 น.

    เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธาน ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง  พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 และ 3 โดย โดยนายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาฯ ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.มีทั้งสิ้น 78 มาตรา มีการแก้ไข 18 มาตรา มีกรรมาธิการสงวนความเห็น 3 คน และสงวนคำแปรญัตติ 14 คน ส่วนใหญ่เป็นมาตรา 70 และ 71 เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือกรณีเซ็ตซีโร่ กกต. ชุดปัจจุบัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในการพิจารณาเรียงตามมาตรา โดยประเด็นที่ใช้เวลาพิจารณาหารือกันมากคือ มาตรา 12  ในการสรรหากรรมการกกต. โดยกมธ.ได้แก้ไขสาระสำคัญ กรณีสรรหา กรรมการ กกต. จะต้องบันทึกเหตุผลของคณะกรรมการสรรหาแต่ละคนไว้เป็นหลักฐานด้วย ซึ่งนายธานี อ่อนอะเอียด สนช.ได้เสนอให้ตัดออก โดยระบุว่า จะไม่มีใครกล้าเป็นกรรมการสรรหา เพราะเกรงว่าจะเป็นหลักฐานและถูกดำเนินคดีได้ อีกทั้งจะเป็นบรรทัดฐานให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆยึดแนวทางนี้ ซึ่งประธานต้องสั่งพักการประชุม 15 นาทีเพื่อหารือ ปรากกว่าใช้เวลาถึง 50 นาที ก่อนที่กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง โดยกมธ.ยอมแก้ไขข้อความให้คณะกรรมการสรรหา ลงคะแนนแบบเปิดเผยและบันทึกเหตุผลเฉพาะบุคคลที่ได้รับการสรรหา ส่วนคนไม่ได้รับการสรรหาก็ไม่ต้องบันทึกเหตุผล ทั้งนี้คนที่ไม่ได้รับการเลือกในชั้นคณะกรรมการสรรหาสามารถกลับมาสมัครได้ ในกรณีที่กกต.ยังสรรหาไม่ครบ 7 คน เพราะเกรงว่าจะไม่มีคนที่มีคุณสมบัติ ครบตามรัฐธรรมนูญมาสมัคร ส่วนบุคคลที่ไม่ผ่านขั้นตอนความเห็นชอบของวุฒิสภาไม่สามารถกลับเข้ามาสมัครใหม่ได้

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ที่ประชุมสนช.ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.เรียงตามมาตราอย่างต่อเนื่อง โดยมีมติเห็นชอบตามร่างที่กรธ.เสนอมา และที่กมธ.ได้มีการแก้ไข จนกระทั่งถึงประเด็นสำคัญ คือในส่วนของบทเฉพาะกาล ตั้งแต่มาตรา 70-78  ซึ่งในมาตรา 70  เรื่องการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกกต.ชุดปัจจุบัน โดยกมธ.แก้ไขให้ กกต.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งทั้งหมดนับแต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ แต่ให้รักษาการจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ปรากฏว่า  ได้ใช้เวลาในการพิจารณาอภิปรายค่อนข้างมาก โดยสมาชิก สนช.หลายคนต้องการให้ กกต.อยู่ต่อทั้งชุดจนครบวาระ อาทิ นายกล้านรงค์ จันทิก  นายนรนิติ เศรษฐบุตร  และนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์  อภิปรายว่า  ตนขออภิปรายในแบบที่ชาวบ้านเข้าใจ จึงอยากถามไปที่ .กรธงและกมธ.ว่า โกรธอะไรกกต.เป็นการส่วนตัวหรือเปล่า ตนไม่แน่ใจ ทำไมกมธ.จึงอยากให้ก๊กนี้ไปทั้งหมด ทั้งที่กกต.ชุดปัจจุบันมาถูกต้องทุกประการแต่ไปรังแกเขา เพราะกกต.บางคนมีคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และอยากถามว่าจะเซตซีโร่ทุกองค์กรหรือไม่ หรือเซตซีโรเฉพาะที่ไม่ใช่พวกเรา การอ้างปลา 2 น้ำก็ฟังไม่ขึ้น และในสภาฯนี้ก็ปลาหลายน้ำ สนช.ก็ปลาถึง 3 น้ำ ถ้าท่านจะทำเช่นนี้ชาวบ้านจะหาว่าสภาฯเรามีมาตรฐาน กันอย่างไร  และหากกฎหมายอื่นเข้ามาจะวางมาตรฐานอย่างไรเพราะหากทำอย่างนี้ก็คือหลายมาตรฐาน หากชี้แจงไม่ได้จะรู้สึกอายชาวบ้านหากเดินออกไปข้างนอก 

    ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์  ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ได้เสนอให้ปรับเปลี่ยนเฉพาะกกต.บางคนที่ขาดคุณสมบัติ  เพราะมองว่าประสิทธิภาพการทำงานของกกต.เป็นเรื่องสำคัญ คนที่มาเป็นต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจในการทำงาน ดังนั้นควรมีกกต.คนเดิมทำหน้าที่ต่อเนื่อง อีกทั้งกกต.บางคนก็มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่ง เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สปท.ได้ศึกษาไว้ รวมถึงเป็นไปตามร่างเดิมของกรธ.ที่เสนอมา

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์  ภุมมา รักษาการเลขาธิการกกต. ในฐานะกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยที่ไม่ให้เซตซีโร่ กกต.ยกชุด อภิปรายว่า การทำงานไม่ว่าองค์กรใดย่อมมีความขัดแย้ง ที่ผ่านมาตนอยู่กับกกต. ก็จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ปัจจุบันความขัดแย้งในกกต.หายไป การให้กกต.ทั้งชุดสิ้นสุดการทำหน้าที่ทันทีที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะกกต.ชุดปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่อย่างถูกต้องทุกกระบวนการ มีคุณสมบัติที่อยู่ต่อตามวาระได้ อีกทั้งกกต.ทุกคนกว่าจะมาทำงานวันนี้ต้องสอบเข้ามาและลาออกจากวิชาชีพหลายอย่าง อยากถามว่าหากมีกกต.ใหม่ทั้งชุดเข้ามาทำหน้าที่แล้ว จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ การทำงานด้านการเลือกตั้งต้องอาศัยเวลาและความชำนาญในการทำงาน

    ด้านนายตวง อันทะไชย ประธานกมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า การตัดสินใจเซตซีโร่กกต. ไม่ได้เกิดจากความโกรธหรือรักใครใครหรือใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ แต่ตัดสินใจเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ  เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และเจตจำนงเพื่อให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ กมธ.จึงเมินเฉยในร่างแรกของกรธ.ที่เสนอให้ตัดคุณสมบัติ กกต.บางคนที่ขัดรัฐธรรมนูญ  และต้องการให้คนใหม่มาใช้กติกาใหม่ เพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้เรายังให้ความเป็นห่วง กกต. โดยเขียนในวรรคสอง ให้มีการรักษาการ และได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่เข้ามา  เพราะเราคิดใหญ่ในการปฏิรูปประเทศ หากเราปฏิบัติแบบเดิม กลไกแบบเดิม วิธีการทำงานแบบเดิม ไม่มีทางเกิดผลแบบใหม่ได้ ส่วนคำถามที่ว่า กฎหมายองค์กรอิสระอื่น จะเดินตามแนวทางเซตซีโร่หรือไม่ ตนไม่สามรถตอบได้ เพราะกรธ.เป็นผู้ร่างกฎหมาย จึงต้องให้กรธ.ตอบเอง

    จากนั้นที่ประชุมลงมติ ในมาตรา 70 เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ที่ให้เซตซีโร่ กกต.ด้วยคะแนน 161 ไม่เห็นด้วย 15 งดออกเสียง 12  และเมื่อที่ประชุมพิจารณาครบทั้ง 78 มาตรา ได้ลงมติในวาระ 3 เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 177 ต่อ 1 และงดออกเสียง 5   โดยใช้เวลาพิจารณากว่า 7 ชั่วโมง โดยจากนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 โดยให้กกต. และกรธ.พิจารณาว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐะรรมนูญ และสามารถทำเรื่องแย้งมาภายใน 10 วันต่อไป.

    ... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/578772

  • Prem

    10 มิ.ย. 2017 - 03:38

    .....ตวง อัณฑะ....แผลบๆ

Loading...